เคล็ดลับยานยนต์ คลิปวิดีโอ รีวิวรถโตโยต้า ข่าวอัพเดทโตโยต้า เทคนิคยานยนต์ ประกันภัยรถยนต์ และ รอบรู้เรื่องรถอื่นๆ รวมถึงโปรโมชั่นรถใหม่ป้ายแดง

จานเบรกขึ้นสนิม มีสาเหตุจากอะไร เป็นอันตรายหรือไม่?

ปัญหาจานเบรกขึ้นสนิม เกิดจากน้ำหรือความชื้น มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งหลังจากล้างรถหรือจอดรถไว้ในวันฝนตก ทำให้มีน้ำจับที่ผิวของจานเบรก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติไม่ส่งผลต่อการใช้งาน ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้จานเบรกเสื่อมหรือหมดอายุการใช้งานและจะทำให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด 

สนิมที่เกิดขึ้นเรียกว่าสนิมแดง มีการกัดกร่อนน้อยมาก จานเบรกทำจากเหล็กหนาดังนั้นการกัดกร่อนจากเบรกแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย

วิธีแก้ปัญหาจานเบรกขึ้นสนิมง่ายๆเลยคือขับรถบ่อยๆ การใช้งานอยู่เสมอก็เหมือนการขัดสนิมออกจากจานเบรกไปในตัว ทุกครั้งที่มีการเหยียบเบรก ผ้าเบรกจะทำหน้าที่กำจัดสนิมเหล่านี้ออกไป ทำให้จานเบรกกลับมาสะอาด แรกๆอาจมีเสียงดังเล็กน้อย สักพักก็จะหายไป

ที่สำคัญคือ ไม่ควรนำสารหรือสเปรย์หล่อลื่นใดๆ มาฉีดบนจานเบรกเด็ดขาด จะทำให้เบรกลื่น ประสิทธิภาพการเบรกลดลง อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Call Center : 02-510-9999

นัดหมายเข้าศูนย์บริการ Click : https://bit.ly/3PDOLgp

รับแคมเปญสำหรับซื้อรถใหม่ Click : https://bit.ly/3VB1VhO

Line @toyotakrungthai Click : https://lin.ee/i8Nhjbj

Facebook Toyota Krungthai Click : https://bit.ly/4aN5oiK

HILUX REVO-D พร้อมชุดแต่ง MODELLISTA

HILUXREVO-Dพร้อมชุดแต่งMODELLISTA

Hilux Revo-D มาพร้อมพร้อมชุดแต่ง MODELLISTA เพียงเพิ่มเงิน 59,500 บาท มาพร้อมการรับประกันสูงสุดถึง 36 เดือน หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน รับประกันโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด

Modellista

ชุดแต่ง MODELLISTA สำหรับ Hilux Revo-D ประกอบด้วย
-โลโก้ MODELLISTA 

-สเกิร์ตกันชนหน้า
-ล้ออัลลอย 20 นิ้ว พร้อมยาง 265/50 R20


Modellista

ชุดแต่ง MODELLISTAสามารถติดตั้งได้กับ HILUX REVO-D PRERUNNER & 4×4 HILUX REVO-D ROCCO และ HILUX REVO ROCCO SMART CAB

ชุดแต่งMODELLISTA พัฒนาโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด และจัดจำหน่ายโดย บริษัท ทีซีดี เอเชีย เซลส์ จำกัด

Modellista

ลบโลโก้ฟิล์มกรองแสง ได้อย่างไร

ลบโลโก้ฟิล์มกรองแสงได้หรือไม่ลบได้อย่างไร

วิธีง่ายๆในการลบโลโก้ฟิล์มกรองแสง  ฟิล์มกรองแสงรุ่นใหม่ๆจะมีโลโก้ที่บ่งบอกถึงยี่ห้อฟิล์มของแต่ละรุ่นติดมาด้วย ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบหรือโลโก้อาจจะอยู่ในตำแหน่งที่บดบังทัศนวิสัย  ก่อให้เกิดความรำคาญใจอยู่ไม่น้อย วันนี้จึงมีวิธีลบโลโก้แบบง่ายๆมาฝากกัน

วิธีลบโลโก้ฟิล์มกรองแสงและสิ่งที่ต้องใช้มีง่ายๆดังนี้
เตรียมน้ำยาล้างเล็บหรือแอลกอฮอล์ล้างแผล(ในกรณีที่ไม่มีน้ำยาลบโลโก้โดยตรง)
ใช้สำลีชุบน้ำยาล้างเล็บหรือแอลกอฮอล์แล้วทำการเช็ดออก โดยเช็ดจากด้านในของตัวรถ เพราะฟิล์มจะติดตั้งจากด้านในของตัวรถ แค่นี้ก็สามารถลบโลโก้ฟิล์มได้แล้ว

อย่างไรก็ตามแนะนำว่าควรเหลือโลโก้ฟิล์มกรองแสงไว้อย่างน้อย 1 จุด เพื่อใช้ในการทำเคลมประกันในกรณีที่ฟิล์มมีปัญหา จะได้ทราบว่าฟิล์มของเดิมเป็นรุ่นไหนยี่ห้ออะไร

ข้อควรระวังในการลบโลโก้ฟิล์มกรองแสง
1.ห้ามลบโลโก้จนหมดทุกจุดควรเหลือไว้1จุด
2.ในกรณีที่เปลี่ยนฟิล์มกรองแสงใหม่ ควรทิ้งรถไว้ 3 วันก่อน เพื่อให้ฟิล์มเซตตัวได้เต็มที่และไม่เกิดปัญหาตามมาทีหลัง

มันง่ายมากๆเลยใช่ไหม อย่างไรก็ควรทำด้วยความระมัดระวังกันด้วยนะครับ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Call Center : 02-510-9999

นัดหมายเข้าศูนย์บริการ Click : https://bit.ly/3PDOLgp

รับแคมเปญสำหรับซื้อรถใหม่ Click : https://bit.ly/3VB1VhO

Line @toyotakrungthai Click : https://lin.ee/i8Nhjbj

Facebook Toyota Krungthai Click : https://bit.ly/4aN5oiK

สิ่งต้องห้าม ถ้าไม่อยากให้แอร์รถพัง

ห้ามทำสิ่งเหล่านี้ ถ้าไม่อยากให้แอร์รถพัง

ด้วยสภาพอากาศของบ้านเรา ส่วนมากก็คือร้อนกับร้อนมากแอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตประจำวันและแอร์รถจึงสำคัญมากในทุกการเดินทาง แล้วถ้าแอร์เสียหรือมีปัญหาก็คงส่งผลทั้งร่างกายจิตใจคงทำให้หงุดหงิดอยู่ไม่น้อยจากความร้อน รวมไปถึงการเสียเวลาเสียเงินในการซ่อมอีกด้วย

แอร์รถยนต์

ถ้าไม่อยากให้แอร์พังอย่าทำสิ่งนี้

1.อย่าละเลยการล้างแอร์ ปัจจุบันการล้างแอร์รถยนต์ทำได้ทั้งแบบถอดตู้แอร์ ซึ่งเป็นวิธีแบบเดิมที่ทำมายาวนาน และแบบไม่ถอดตู้แอร์โดยการส่องกล้องและใช้หัวฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อทำความสะอาดแผงคอยล์เย็นภายในตู้แอร์

2.อย่าละเลยการเปลี่ยนไส้กรองแอร์ ซึ่งควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน หรือทุก10,000-30,000 กิโลเมตร เพราะไส้กรองแอร์เป็นที่ดักจับฝุ่นและเป็นที่เก็บสะสมกลิ่นภายในรถ ถ้าไม่เปลี่ยนจะทำให้แผงแอร์สกปรกอุดตันและเกิดกลิ่นอับได้ง่าย

3.อย่านำการบูรหรือสารระเหยทิ้งไว้ในรถ เพราะจะเป็นตัวจับฝุ่น และความชื้น จะส่งผลให้เแอร์มีกลิ่นเหม็นอับและแผงแอร์อุดตันเร็วขึ้น

และยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียชั้นดี จนทำให้เกิดกลิ่นอับภายในรถนั่นเอง

4.อย่าปรับอุณหภูมิเย็นจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความชื้นสะสมอยู่ในตู้แอร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการอุดตันหรือเป็นสนิมได้และยังสิ้นเปลืองน้ำมันอีกด้วย

5.อย่าเปิดหน้าต่างแล้วเปิดแอร์ เพราะจะทำให้อากาศที่ร้อนจากข้างนอกเข้ามาและทำให้แอร์ทำงานหนักเกินไปจนพังได้

ควรดูแลบำรุงรักษาแอร์ตามระยะที่กำหนดหรือตามความเหมาะสมจากการใช้งานเพื่อยืดอายุการใช้งานและการทำงานให้ความเย็นของแอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Call Center : 02-510-9999

นัดหมายเข้าศูนย์บริการ Click : https://bit.ly/3PDOLgp

รับแคมเปญสำหรับซื้อรถใหม่ Click : https://bit.ly/3VB1VhO

Line @toyotakrungthai Click : https://lin.ee/i8Nhjbj

Facebook Toyota Krungthai Click : https://bit.ly/4aN5oiK

รถเสียบนทางด่วน ควรทำอย่างไร

เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินรถเสียบนทางด่วน ควรทำอย่างไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันเราจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางเกือบทุกวันหากเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางด่วนไม่ว่าจะด้วยกรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือ รถเสีย เราควรทำอย่างไร
เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือเหตุไม่คาดคิดบนทางด่วนอาจทำให้คุณตกใจไม่น้อยและทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่ควรทำอันดับแรกคือตั้งสติอย่าตกใจจนเกินไปแล้วปฏิบัติดังนี้
เปิดไฟฉุกเฉิน นำรถเข้าไหล่ทาง
ในกรณีรถยางแตกห้ามเหยียบเบรคให้รถหยุดในครั้งเดียวโดยเด็ดขาด แต่ให้ค่อยๆแตะเบรคและ ปล่อยไหลประคองรถเข้าข้างทางจนจอดสนิท

– โทรขอความช่วยเหลือที่เบอร์ 1543
หลังจากโทรขอความช่วยเหลือที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center) เบอร์ 1543 (สามารถโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง) ควรนั่งอยู่ในรถและคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และควรล็อกประตูไว้ด้วย

– วางเครื่องหมายให้เป็นจุดสังเกต
เพื่อเป็นสัญลักษ์ให้รถคันหลังที่ตามมาทราบจะได้ระวังไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ หากมีกรวยสีส้ม หรือป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง ให้วางไว้ด้านท้ายและด้านหน้าของรถ โดยเว้นระยะห่าง จากรถอย่างน้อย 30-50 เมตร

-เบอร์ที่ควรรู้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางด่วน
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทร. 1543

ทางหลวงและมอเตอร์เวย์ โทร.1586

โทลล์เวย์ โทร. 1233

ตำรวจทางหลวง โทร. 1193

โทรฉุกเฉิน

ในกรณีที่โทรศัพท์มือถือเสียหายใช้งานไม่ได้ บนทางด่วนจะมีโทรศัพท์ฉุกเฉินตั้งอยู่ทุกๆ 500–1,000 เมตร
ขอความช่วยเหลือโดยแจ้งสาเหตุ อาการของรถหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงจุดที่นำรถเข้าจอดอย่างละเอียด รวมทั้งหากมีคนป่วยหรือบาดเจ็บ(ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ)ควรแจ้งด้วย และหากต้องการรถลากควรเเจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

Call Center : 02-510-9999

นัดหมายเข้าศูนย์บริการ Click : https://bit.ly/3PDOLgp

รับแคมเปญสำหรับซื้อรถใหม่ Click : https://bit.ly/3VB1VhO

Line @toyotakrungthai Click : https://lin.ee/i8Nhjbj

Facebook Toyota Krungthai Click : https://bit.ly/4aN5oiK