เรื่อง

รถเสียบนทางด่วน

รถเสียบนทางด่วน ควรทำอย่างไร

เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินรถเสียบนทางด่วน ควรทำอย่างไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันเราจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการเดินทางเกือบทุกวันหากเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางด่วนไม่ว่าจะด้วยกรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือ รถเสีย เราควรทำอย่างไร
เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือเหตุไม่คาดคิดบนทางด่วนอาจทำให้คุณตกใจไม่น้อยและทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่ควรทำอันดับแรกคือตั้งสติอย่าตกใจจนเกินไปแล้วปฏิบัติดังนี้
เปิดไฟฉุกเฉิน นำรถเข้าไหล่ทาง
ในกรณีรถยางแตกห้ามเหยียบเบรคให้รถหยุดในครั้งเดียวโดยเด็ดขาด แต่ให้ค่อยๆแตะเบรคและ ปล่อยไหลประคองรถเข้าข้างทางจนจอดสนิท

– โทรขอความช่วยเหลือที่เบอร์ 1543
หลังจากโทรขอความช่วยเหลือที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center) เบอร์ 1543 (สามารถโทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง) ควรนั่งอยู่ในรถและคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และควรล็อกประตูไว้ด้วย

– วางเครื่องหมายให้เป็นจุดสังเกต
เพื่อเป็นสัญลักษ์ให้รถคันหลังที่ตามมาทราบจะได้ระวังไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ หากมีกรวยสีส้ม หรือป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง ให้วางไว้ด้านท้ายและด้านหน้าของรถ โดยเว้นระยะห่าง จากรถอย่างน้อย 30-50 เมตร

-เบอร์ที่ควรรู้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางด่วน
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย โทร. 1543

ทางหลวงและมอเตอร์เวย์ โทร.1586

โทลล์เวย์ โทร. 1233

ตำรวจทางหลวง โทร. 1193

โทรฉุกเฉิน

ในกรณีที่โทรศัพท์มือถือเสียหายใช้งานไม่ได้ บนทางด่วนจะมีโทรศัพท์ฉุกเฉินตั้งอยู่ทุกๆ 500–1,000 เมตร
ขอความช่วยเหลือโดยแจ้งสาเหตุ อาการของรถหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงจุดที่นำรถเข้าจอดอย่างละเอียด รวมทั้งหากมีคนป่วยหรือบาดเจ็บ(ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ)ควรแจ้งด้วย และหากต้องการรถลากควรเเจ้งเจ้าหน้าที่ด้วย

เช็คระยะ-โตโยต้า

ทำไมต้อง เช็คระยะรถที่ศูนย์บริการรถยนต์!!

การตรวจเช็กสภาพรถทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้เครื่องยนต์ อะไหล่ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำงานได้ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

เช็คระยะ-โตโยต้า

ทำไมต้อง เช็คระยะรถที่ศูนย์บริการรถยนต์!!

การขับขี่รถยนต์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง การนำรถเข้าเช็คระยะเป็นประจำที่ศูนย์บริการรถยนต์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
สำหรับรถใหม่ป้ายแดงจะมีกำหนดการเข้าเช็คระยะทุก 6 เดือน หรือที่ 10,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อนก็สามารถนำรถเข้าเช็คได้เลย) เมื่อนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบว่า ระยะที่เท่าไร ต้องตรวจเช็คสภาพอะไหล่ส่วนไหน ตรงจุดใดบ้าง เพื่อป้องกันเครื่องยนต์หรืออะไหล่ส่วนต่าง ๆ มีปัญหา ซึ่งหากพบปัญหาจะได้ทำการแก้ไขอย่างทันท่วงที

การนำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการรถยนต์ มีผลต่อการเคลมประกัน
อะไหล่และชิ้นส่วนต่างๆของรถยนต์ด้วย หากลูกค้านำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการรถยน์อย่างสม่ำเสมอตามระยะที่กำหนด หากพบปัญหาการเสื่อมสภาพของอะไหล่หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถ ก่อนหมดระยะรับประกัน(ภายใต้การใช้งานปกติ) ทางศูนย์บริการรถยนต์จะทำเคลมให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับอะไหล่แท้และได้มาตรฐานตรงตามรุ่นรถที่ลูกค้าใช้อยู่เพื่อความปลอดภัย และแบ่งเบาภาระค่าใช้ที่ลูกค้าไม่ควรที่จะต้องจ่าย การนำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการเป็นประจำจึงสำคัญ และเป็นผลดีต่อลูกค้ามากๆ ทั้งในเรื่องความปลอดภัยและ สิทธิประโยชน์ของลูกค้า

เพื่อรักษาสภาพเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพที่ดีและยืดอายุการใช้งาน
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและของเหลวต่าง ๆ ตามระยะจึงจำเป็นมาก การเลือกน้ำมันเครื่องถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการรักษาเครื่องยนต์และการขับเคลื่อนของรถยนต์ การเปลี่ยนน้ำมันที่ศูนย์บริการรถยนต์ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าคือน้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐานที่ดีที่สุดสำหรับรถของคุณ

แนะนำให้นำรถเข้าเช็คระยะตามที่กำหนด
เพราะหากมีอุปกรณ์ชิ้นไหนแตกหัก เสียหาย หรือเสื่อมสภาพ และต้องเปลี่ยนกรณีที่เลยระยะรับประกันไปแล้วลูกค้าจะไม่สามารถทำเคลมได้ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเอง จึงควรนำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการรถยนต์ตามที่คู่มือกำหนดเอาไว้อย่างเคร่งครัด

การเช็คระยะรถยนต์ยังช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของรถ ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ ทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพปลอดภัย และการนำรถเข้าศูนย์บริการรถยนต์ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า
อย่าลืมรักษาสิทธิ์ ด้วยการนำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการรถยนต์ตามระยะที่กำหนดกันนะ

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง-บ่อยแค่ไหน-น้ำมันเครื่อง-โตโยต้า

ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อยแค่ไหน เพื่อถนอมรักษาเครื่องยนต์

เพราะเครื่องยนต์เปรียบเสมือนหัวใจของรถยนต์ น้ำมันเครื่องจึงสำคัญมากเช่นกัน เพราะช่วยทำหน้าที่บำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ช่วยหล่อลื่น ลดแรงเสียดทาน ระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ชำระล้างสิ่งสกปรกและยังช่วยป้องกันเครื่องยนต์ส่วนต่างๆ ไม่ให้สึกหรอ

เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง-บ่อยแค่ไหน-น้ำมันเครื่อง-โตโยต้า

ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องบ่อยแค่ไหน เพื่อถนอมรักษาเครื่องยนต์

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
คือหนึ่งในสิ่งสำคัญของการดูแลถนอมรักษาเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ไม่มีปัญหาและยืดอายุการใช้งาน
การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามการใช้งานของรถ รถใช้งานเยอะหรือน้อยแต่ละท่านใช้รถต่างกัน

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องจึงแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
-เช็คตามระยะทางหรือเข็มไมล์ รถใช้เยอะขับเยอะวิ่งงานต่างๆ ควรเปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตร เพื่อบำรุงรักษาเครืองยนต์
-เช็คตามระยะเดือน สำหรับรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งานไม่ค่อยได้ออกวิ่งก็ยังจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ทุก 6 เดือน เพื่อรักษาเครื่องยนต์ให้ไม่เกิดปัญหา

หากไม่มีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนานเกินไปหรือเกินระยะที่กำหนดไปมาก อาจทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนและแรงเสียดทานจนทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ สึกหรอเร็วขึ้น หรือมีสิ่งสกปรกอุดตัน และยังอาจทำให้รถเป็นสนิมจนกัดกินลึกถึงเครื่องยนต์ได้ จะทำให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ลดลง จนเป็นเหตุทำให้อะไหล่ชำรุดเสียหาย ทำให้ต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงที่แพงขึ้น เนื่องจากต้องเปลี่ยนอะไหล่ที่สึกหรอหรือชำรุดอีกด้วย

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ทุกๆ 6 เดือน หรือ ทุกๆ10,000 กิโลเมตร จึงจำเป็นและสำคัญมากในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์

***อย่าลืมตรวจเช็กน้ำมันเครื่องอยู่เสมอทั้งสี ระดับของน้ำมันเครื่อง หรือตรวจสอบว่าน้ำมันเครื่องมีจุดรั่วไหลหรือไม่***

รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมนำรถเข้าเช็คระยะ-เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ที่ศูนย์บริการรถยนต์ ตามระยะและเวลาที่กำหนดกันด้วยนะ

ข้อควรทราบสำหรับกุญแจ Immobilizer และ ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS ในรถยนต์โตโยต้า

ข้อควรทราบสำหรับกุญแจ Immobilizer และ ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS

ข้อควรทราบสำหรับกุญแจ Immobilizer และ ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS

ข้อควรทราบสำหรับกุญแจ Immobilizer และ ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS ในรถยนต์โตโยต้า

ข้อควรทราบสำหรับกุญแจ Immobilizer และ ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS ในรถยนต์โตโยต้า (เฉพาะรุ่นที่มี)

ระบบกุญแจ Immobilizer ออกแบบมาเพื่อป้องกันการสตาร์ทรถด้วยกุญแจปลอม เพื่อเสริมการป้องกันรถถูกโจรกรรม 2 ชั้นคือ

ชั้นแรก :            ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TSD จะส่งสัญญาณเตือน ถ้ามีผู้พยายามบุกรุกเข้าภายในรถ

ชั้นที่สอง :          ถ้าผ่านชั้นแรกเข้าไปได้ระบบ Immobilizer จะยับยั้งการสตาร์ทเครื่อง โดยตรวจสอบรหัสลูกกุญแจที่ใช้สตาร์ทว่าตรงกับที่ตั้งค่าไว้เดิมหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ หรือรหัสไม่ตรงจะสตาร์ทเครื่องไม่ได้

ข้อควรระวัง
• อย่าให้กุญแจหลักกับบุคคลอื่นเพราะสามารถนำไปทำซ้ำได้ ถ้าจำเป็นควรให้กุญแจสำรองแทน

ข้อควรทราบสำหรับกุญแจ Immobilizer และ ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS ในรถยนต์โตโยต้า

หมายเหตุ ในแป้นกุญแจมีแผ่นชิพสัญญาณรหัสสตาร์ทเครื่องอยู่ รหัสตรงสตาร์ทได้, รหัสไม่ตรงสตาร์ทไม่ได้

ข้อควรทราบสำหรับกุญแจ Immobilizer และ ระบบสัญญาณเตือนการโจรกรรม TDS

สตาร์ทรถไม่ติด หรือติดแล้วดับ

  • มีห่วงกุญแจหรือโลหะอื่นพาดหรือทับบนกุญแจ ถ้ามีให้เอาออกแล้วลองสตาร์ทใหม่
  • จดหมายเลขกุญแจเก็บไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ในการทำกุญแจใหม่
  • กุญแจก็อปปี้ที่ไม่ได้บันทึกรหัสจะสตาร์ทเครื่องไม่ได้
  • กุญแจหาย หรือต้องการทำเพิ่ม กรุณาติดต่อศูนย์บริการโตโยต้าพร้อมหมายเลขกุญแจ และกุญแจที่มีอยู่ทุกลูก

รีโมทอาจใช้การไม่ดี / มีระยะทำการผิดไปจากปกติถ้า

  • อยู่ใกล้แหล่งคลื่นสัญญาณรถกวนเช่น สนามบิน สถานีวิทยุ เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาโทรศัพท์
  • แบตเตอรี่เสื่อม (ไฟรีโมทจะหรี่มัว)
  • มีการติดฟิล์มกรองแสงบางชนิดที่มีส่วนผสมของโลหะหักเหคลื่น

การตั้งเสียง / ไฟกระพริบตอบรับของรีโมท

  • สามารถตั้งเสียงสัญญาณตอบรับ / ไฟกระพริบตอบรับการล็อค – ปลดล็อคประตูได้
  • สามารถตั้งการล็อค – ปลดล็อคประตูอัตโนมัติได้

หมายเหตุ: รายละเอียดกรุณาศึกษาจากในคู่มือรถ ในหมวดกุญแจ และประตูหัวข้อยิ่ยรีโมทคอนโทรล

เปลี่ยนยางที่ศูนย์โตโยต้า กรุงไทย ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

เปลี่ยนยางที่ศูนย์โตโยต้า กรุงไทย ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?

เปลี่ยนยางที่ศูนย์โตโยต้า กรุงไทย ได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?

เมื่อ เปลี่ยนยางที่ศูนย์โตโยต้า กรุงไทย วันนี้ รับสิทธิประโยชน์มากมาย ดังนี้

ที่โตโยต้า กรุงไทย เราคัดสรรยางคุณภาพ ที่เหมาะสมกับรถยนต์โตโยต้าของท่าน

ผ่อนยาง 0% พร้อมฟรีค่าแรง

มั่นใจ กับคุณภาพและบริการ พร้อมรับประกันงานบริการ 1 ปี หรือ 20,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

มั่นใจ ดูแลรถคุณด้วยทีมช่างผู้ชำนาญการผ่านการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานจากโตโยต้า

สะดวกสบาย ประหยัดเวลาเดินทาง กับศูนย์บริการมาตรฐาน ทั้ง 3 สาขาดังนี้ สำนักงานใหญ่ รามอินทรา (กม.9) สาขาเกษตรฯ-พหลโยธิน และสาขาตลิ่งชัน พร้อมห้องรับรองแสนสะดวกสบาย