เรื่อง

รุ่นรถโตโยต้าที่เติมน้ำมันไบโอดีเซล บี 20

รถโตโยต้ารุ่นไหนบ้างที่เติม น้ำมันไบโอดีเซล บี 20 ได้และไม่ได้บ้าง?

รอบรู้เรื่องรถ

รีวิวรถโตโยต้า

รถโตโยต้ารุ่นไหนบ้างที่เติม น้ำมันไบโอดีเซล บี 20 ได้และไม่ได้บ้าง?

รุ่นรถโตโยต้าที่เติมน้ำมันไบโอดีเซล บี 20

รถโตโยต้ารุ่นไหนบ้างที่เติม น้ำมันไบโอดีเซล บี 20 ได้และไม่ได้บ้าง?

โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนา ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า (Ever-Better Cars) ซึ่งหนึ่งในภารกิจอันสำคัญคือ การลดมลภาวะที่เกิดจากยานพาหนะให้เป็นศูนย์ในปี 2593 ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย และโตโยต้าได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดมลพิษทางอากาศมาโดยตลอด จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 20 โดยมีรายละเอียดดังนี้

1) โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2558 – ปัจจุบัน สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 20
ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2558 – ปัจจุบัน สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 20
2) โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2558 – ปัจจุบัน สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 20
ฟอร์จูนเนอร์ ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2558 – ปัจจุบัน สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 20

หมายเหตุ

* รถไฮลักซ์ วีโก้ และฟอร์จูนเนอร์ ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2554-2558 ในกรณีที่ต้องการเติมน้ำมันไบโอดีเซล บี 20 อย่างต่อเนื่อง และใช้งานในพื้นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียสเป็นประจำ กรุณาขอคำแนะนำจากศูนย์บริการโตโยต้าก่อนการใช้งาน

** รถไฮลักซ์ และฟอร์จูนเนอร์ ที่ผลิตก่อนปี 2554 ไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 20


สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมโตโยต้ากรุงไทย ทุกสาขา โทร 0-2510-9999 หรือ http://www.toyotakrungthai.com/

ข้อมูลรถ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:: โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

ไฮลักซ์ รีโว่ ฺB20

โตโยต้าขานรับนโยบาย น้ำมันไบโอดีเซล บี 20 พร้อมปรับราคาไฮลักซ์ รีโว่ทุกรุ่น

โตโยต้าขานรับนโยบาย น้ำมันไบโอดีเซลบี 20 ยืนยันความพร้อม ร่วมแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ พร้อมปรับราคาไฮลักซ์ รีโว่ ทุกรุ่น

อาการรถเหินน้ำ

อาการรถเหินน้ำ คืออะไร ?

อาการรถเหินน้ำ คือ ?

อาการรถเหินน้ำ

เรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้บนท้องถนนนอกจากรถติดแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ คือ ฝนตก น้ำขัง หรือพื้นผิวถนนลูกรังที่มีร่องน้ำขัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คือต้นเหตุของอุบัติเหตุได้เช่นกัน วันนี้ทีมงานเลยนำสาระดีๆเกี่ยวกับ การขับขี่รถบนถนนที่มีน้ำขัง

เคยได้ยินคำว่า “อาการรถเหินน้ำ”  ไหมครับ อาการเหินน้ำมักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยจะมีความรู้สึกขณะขับขี่ก็รู้สึกว่ารถเริ่มจะลอยๆ ทุกครั้งที่ผ่านพื้นที่บริเวณที่มีน้ำขัง

ไฮโดรเพลน ตามศัพท์ของยานยนต์คือ อาการที่ล้อรถยนต์ลอยจากพื้นถนน (ผิวยางไม่สัมผัสกับพื้นถนนในขณะขับขี่) ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อรถยนต์วิ่งในพื้นที่มีน้ำขังบนถนนหรือข้างทางถนน (แล้วแต่พื้นที่) หรือพื้นที่ที่มีน้ำขังเนื่องจากฝนตก น้ำท่วมรอการระบาย ซึ่งจะทำให้รถเกิดการสูญเสียการทรงตัวและไม่สามารถควบคุมรถได้เมื่อผ่านพื้นที่ในลักษณะแบบนั้น

สำหรับวิธีฏิบัติหากท่านต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ คือ ต้องจับพวงมาลัยให้แน่น และควรควบคุมพวงมาลัยด้วย 2 มือ ในขณะที่ขัยรถไม่ควรที่จะขับรถเร็ว แตะเบรคเพื่อชะลอลดความเร็วของรถลง ที่สำคัญ อย่าเหยียบเบรกกระทันหัน เพราะไม่อย่างนั้นรถของท่านอาจเกิดการสะบัดและสูญเสียการควบคุมการทรงตัวได้

เป็นอย่างไรบ้างครับการขับรถในช่วงฝนตก น้ำขัง และมักจะเจออาการเหินน้ำบนท้องถนนบ่อยๆ ซึ่งการขับรถในสภาพพื้นผิวเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ควรจะต้องรู้ เพราะจะได้ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้ ยิ่งในช่วงฤดูฝนต้องระมัดระวังให้เป็นพิเศษ มั่นตรวจเช็ครถของท่านตามระยะการใช้งานเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่โตโยต้า กรุงไทย ทุกสาขา เรามี ศูนย์บริการและอะไหล่ และ ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ที่ได้มาตรฐานไว้ดูแลรถของท่าน

ระบบ A-TRC ใน Toyota Fortuner

ระบบ A-TRC

ระบบ A-TRC ใน รถยนต์โตโยต้า ที่ขับเคลื่อนแบบ 4X4

ระบบ A-TRC

 

สำหรับบทความในวันนี้ เอาใจขาลุยกันหน่อย กับระบบ A-TRC ระบบที่เหมาะกับการขับขี่แบบออฟโรด หรือทางวิบาก ซึ่งเจ้าตัว A-TRC จะทำหน้าที่คอยช่วยขณะขับขี่ในทางวิบาก หรือในสภาพการเดินทางที่สุดโหด ไม่ให้ล้อรถหมุนฟรีจนเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

ระบบ A-TRC หรือ ( Active Traction Control ) หรือภาษาไทยเรียก เอ-แทรค ได้ถูกพัฒนาเพื่อรองรับการขับในพื้นที่ขลุขระ หรือพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางจำนวนมาก ทำงานด้วยตัวเซ็นเซอร์ โดยจะตรวจจับการหมุนของล้อรถยนต์ หากพบว่าล้อใดเริ่มสูญเสียแรงขับ และเสี่ยงที่จะหมุนฟรี ระบบจะส่งแรงเบรกไปสู่ล้อนั้นอย่างฉับไว และกระจายกำลังของเครื่องยนต์ไปสู่ล้อที่เหลือเพื่อให้รถมีแรงบิดเต็มกำลัง เท่ากับว่าผู้ขับจะสามารถใช้กำลังเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยปราศจากการสูญเปล่าจากอาการล้อหมุนฟรี และในระบบนี้ให้มาเฉพาะในตัวของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และ รถโตโยต้า ในรุ่นที่มีการขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ 4X4 นั่นเอง

ท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบ A-TRC สามารถเข้าสอบถามเพิ่มเติม และทดสอบการใช้งานได้ที่โชว์รูมโตโยต้า กรุงไทย ทุกสาขา หากต้องการนำรถของท่านตรวจสภาพการใช้งานของระบบ A-TRC ของรถ เรามีบริการให้ท่าน รวมทั้งบริการทางด้านอื่นๆ อาทิ ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี, ศูนย์บริการและอะไหล่ ไว้บริการท่านอีกด้วย

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง


ติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นดีๆ และความเคลื่อนไหวของเรา

โตโยต้า กรุงไทย ได้ที่

youtube_logo  facebook icon  line icon  google plus icon  twitter icon


แชร์บทความ

ระบบ T-Connect Telematics

ระบบ TELEMATICS ใน รถยนต์โตโยต้า C-HR คืออะไร ?

ระบบ T-Connect Telematics

ระบบ T-Connect Telematics

หลายท่านคงสงสัยกับนวัตกรรมใหม่ของรถยนต์โตโยต้าโดยเฉพาะรุ่น C-HR ที่มีเทคโนโลยีใหม่นั่นก็คือ ระบบ T-Connect Telematics แล้วท่านรู้ไหมครับว่า ระบบนี้มันคืออะไร มีประโยชน์การใช้งานและการทำงานอย่างไร บทความนี้ทางทีมงานโตโยต้า กรุงไทย จะพาไปทำความรู้จักกับระบบนี้กันครับ

ระบบ T-Connect Telematics นี้มีหลักการทำงานคือ เป็นการเชื่อมโยงและรับส่งข้อมูลทางไกลผ่านระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ กับแอพพลิเคชั่น T-Connect  เป็นอีกหนึ่งการเชื่อมต่อรถยนต์ของคุณให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยผ่านฐานข้อมูลหลัก และยังสามารถระบุตำแหน่งของรถยนต์ที่เชื่อมต่อกับระบบ Telematics นี้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีค่าใช้จ่ายรายปีหรือตามแพ็คเกจ   และมีฟังก์ชั่นบริการดังนี้ 

1. หาพิกัด (Find my Car) ในระบบ Telematics ที่มากับโตโยต้า C-HR นั้น จุดประสงค์เพื่อป้องกันรถหายนั่นเองครับ โดยเจ้าตัวระบบ Find my Car จะทำการบอกตำแหน่งที่ตั้งของรถที่จอดอยู่เพื่อให้เจ้าของรถทราบว่าตอนนี้รถของท่านกำลังจอดอยู่ที่ไหนนั่นเอง

2. ประกันภัยจ่ายตามระยะ (Pay as you Drive) คุณสมบัติของระบบนี้อีกอย่างก็คือ ให้เลือกใช้ประกันภัยแบบ “ขับน้อย จ่ายน้อย” ข้อเสนอการคุ้มครองสุดพิเศษให้คุณจ่ายตามการใช้งานจริง *สำหรับการทำประกันภัยกับบริษัทฯ ที่กำหนดไว้เท่านั้น *

3. ระบบการช่วยเหลือแบบฉุกเฉิน (SOS) ในส่วนของระบบการช่วยเหลือแบบฉุกเฉิน ซึ่งเจ้าตัวระบบนี้จะเป็นระบบที่ให้ผู้ใช้รถยนต์ที่มีปัญหากลางทางไม่ว่าจะเวลาไหน (ตลอด 24 ชั่วโมง) สามารถติดต่อกับขอความช่วยเหลือได้ตลอด *แน่นอนว่าบางกรณีอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม * 

4. แจ้งเตือน (Parking Alert) คุณสมบัติของระบบนี้คือใช้ได้จริงกับระบบแจ้งเตือนผ่าน Notification เมื่อรถถูกสตาร์ท หรือ รถกำลังถูกเคลื่อนที่นั่นเองครับ

5. การหาตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกขโมย (Stolen Vehicle Tracking) คุณสมบัติของระบบตัวนี้คือ เป็นระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์ เมื่อถูกโจรกรรมและ ศูนย์บริการ ที่พร้อมให้ช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่รถยนต์ของคุณถูกขโมยไป

6. สัญญาณอินเตอร์เน็ตไวไฟ (My Toyota Wi-Fi) อีก 1 ตัวเด็ดของระบบ T-Connect Telematics ที่มีในรถโตโยต้านั่นก็คือ Wi-Fi ในรถที่ท่านสามารถเชื่อมต่อความบันเทิงออนไลน์ ได้พร้อมกัน สูงสุด 9 อุปกรณ์ *ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็กเกจ * 

7. ระบบช่วยค้นหาเส้นทาง OPS (Operator Service) ในส่วนของระบบช่วยค้นหาเส้นทางนั้นเป็นระบบที่ท่านสามารถ ค้นหาเส้นทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งบริการจองร้านอาหารชั้นนำ เพื่อความสะดวกสบายทุกการเดินทาง และสนุกไปกับการเดินทางแบบ Live Alive

8. ระบบนำทาง (Navigator) ในส่วนของระบบนำทางแบบ Navigator ที่มาพร้อมในรถของโตโยต้า รุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็น Toyota Fortuner, Toyota Camry, Toyota C-HR พร้อมแสดงการข้อมูลจราจรให้ท่านได้ถึงจุดหมาย ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและแม่นยำดียิ่งขึ้น

สำหรับรถยนต์โตโยต้า C-HR มีทั้งหมด 4 รุ่น ซึ่งเทคโนโลยี T-Connect Telematics จะมีอยู่ในรถยนต์โตโยต้า C-HR เฉพาะรุ่น HV Hi, HV Mid และมีในรถยนต์รุ่นต่างๆที่กล่าวข้างต้น (ข้อ 8 ระบบนำทาง Navigator)

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทางทีมงานโตโยต้า กรุงไทย ก็อยากจะแนะนำให้ท่านเป็นเกร็ดความรู้ และเทคนิคยานยนต์ ที่ให้ท่านได้รู้ถึงประโยชน์และความสามารถของระบบ T-Connect Telematics ในรถยนต์โตโยต้า C-HR ที่ทางเราได้มีไว้จัดจำหน่ายแล้วทุกสาขา (สาขารามอินทรา สาขาเกษตรฯ-พหลโยธิน และสาขาตลิ่งชัน) แล้วครับ นอกจากนี้ทางเรายังมีบริการอื่นๆจาก ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี, ศูนย์บริการและอะไหล่ ไว้บริการท่านอีกด้วย