เรื่อง

ผ่อนได้ สบายๆ โปรแกรมผ่อนชำระค่าบริการ 0% นานสูงสุด 10 เดือน

หมายเหตุ

  • งานซ่อมทั่วไปและตัวถังและสี (รวมค่าแรงและค่าอะไหล่) รับสิทธิ์ผ่อนชำระ 3, 4, 6 และ 10 เดือน เมื่อมียอดชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป
  • *ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ รับสิทธิ์ผ่อนชำระ 10 เดือน เฉพาะผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ที่จำหน่ายโดย บริษัท โตโยต้า มอตอร์ ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้า กรุงไทย 025109999 กด 9

ได้แล้ว ได้อีก บริการดี มีคืน! ได้ส่วนลด 2 ต่อ ที่ศูนย์บริการโตโยต้ากรุงไทย

หมายเหตุ


เงื่อนไขโปรโมชันน้ำมันเครื่อง

  • ส่วนลดน้ำมันเครื่อง 15% เฉพาะบริการเช็กระยะ 60,000 – 200,000 กม.เท่านั้น ยกเว้น การจำหน่ายน้ำมันจากถัง 200 ลิตร และน้ำมันเครื่องในแพ็กเกจบริการ ECO PACK และการจำหน่ายน้ำมันออกนอกศูนย์บริการ
  • ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2567

เงื่อนไขโปรโมชัน ส่วนลด 1,000 บาท สำหรับเช็กระยะครั้งถัดไป 

  • สำหรับรถยนต์ที่เข้ารับบริการระหว่างวันที่ 16 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ รถยนต์คันดังกล่าวจะได้รับส่วนลด 1,000 บาท สำหรับใช้คู่กับงานเช็กระยะครั้งถัดไป ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (หลังหักส่วนลดก่อน VAT  ต่อ 1 ใบเสร็จ )  และท่านต้องเข้ารับบริการครั้งถัดไปหลังจากครั้งนี้แล้ว 15 วัน จนถึงภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 
  • ยกเว้น รถยนต์ในนามนิติบุคคล และรถยนต์ที่มิได้จัดจำหน่ายโดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และรถยนต์ที่เข้าร่วมกิจกรรมลูกค้ารายใหญ่ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

โปรโมชัน รายการอะไหล่อื่นๆ  ระหว่างวันที่ 1 มกราคม -31 มีนาคม 2567 ได้แก่

1. ยางรถยนต์ 9. กลุ่มคลัตช์
2. แบตเตอรี่ 10. ใบปัด/ยางปัดน้ำฝน
3. ไส้กรองอากาศเครื่องปรับอากาศ 11. กลุ่มลูกหมากและส่วนควบ
4. ไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ 12. กลุ่มสายพาน
5. น้ำยาขจัดคราบเขม่า 13. กลุ่มระบบแอร์
6. บริการโตโยต้าแอร์แคร์ (ไม่รวมค่าแรง) 14. กลุ่มยางแท่นเครื่อง
7. ผ้าเบรกและก้ามเบรก 15. กลุ่มจานเบรก
8. กลุ่มโช้คอัพ 16. กลุ่มยางกันฝุ่น เพลาขับ

 

  1. จำกัดสิทธิ์โปรโมชันดังกล่าวเฉพาะการเปิดงานซ่อมที่ศูนย์บริการฯ เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับการซื้ออะไหล่ไปใช้ภายนอกศูนย์บริการฯ ได้
  2. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้ากรุงไทย 025109999 กด 9 
  3. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ศูนย์บริการโตโยต้าให้ใจ ให้มากกว่าใคร ปลอดฝุ่นอุ่นใจ ปลอดภัยจากมลพิษ

ศูนย์บริการโตโยต้าให้ใจให้มากกว่าใคร ปลอดฝุ่นอุ่นใจ ปลอดภัยจากมลพิษ ดูแลรถ ช่วยลดควันดำสาเหตุ PM2.5 ที่ศูนย์บริการโตโยต้า


หมายเหตุ

  • จำกัดสิทธิ์สำหรับลูกค้าโตโยต้าไฮลักซ์ วีโก้ และไฮลักซ์ รีโว่ ที่มีอายุรถตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 เท่านั้น
  • แพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องราคาพิเศษ พร้อมบริการตรวจเช็ก ฟรี 38 รายการ จากบริการ ECO PACK Service
  • ราคาโปรโมชันดังกล่าวเป็นราคาสุทธิแล้ว (รวมค่าอะไหล่ ค่าแรง และภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • รับประกันงานซ่อม 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร
  • โปรโมชันดังกล่าวเฉพาะการเปิดงานซ่อมที่ศูนย์บริการฯ เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับการซื้ออะไหล่ไปใช้ภายนอกศูนย์บริการฯ ได้ 
  • กรุณานัดหมายก่อนเข้ารับบริการ / สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 025109999กด9

อาการรถกระตุก เครื่องยนต์สะดุด มีสาเหตุจากอะไรบ้าง

เมื่อสตาร์ทรถ แล้วรถมีอาการกระตุกหรือเครื่องยนต์สั่นมากจนผิดสังเกต รวมถึงตอนขับปกติและเร่งความเร็ว เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง และแก้ไขอย่างไร

  1. ยางแท่นเครื่องเสื่อม เป็นสาเหตุยอดนิยมที่ทำให้เกิดอาการเครื่องสั่น อาจเกิดจากยางแท่นเครื่องชำรุด เนื่องจากยางแท่นเครื่องมีหน้าที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะที่เครื่องกำลังหมุน เมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะเกิดอาการเสื่อมหรือฉีกขาด

วิธีแก้ไข ควรให้ช่างเปลี่ยนยางแท่นเครื่องใหม่ โดยปกติแล้วเมื่อมีอายุการใช้งานครบ 100,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น เมื่อเจอทางขรุขระ, ลูกระนาด, หลุม, หรือเศษหินเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้นถนน ควรลดความเร็วลง หรือใช้ความเร็วต่ำ

  1. หัวเทียนเสื่อมสภาพ ปัญหาหัวเทียนเสื่อมสภาพสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ นอกจากจะทำให้รถกระตุกแล้วยังทำให้รถสตาร์ทไม่ติดอีกด้วย 

วิธีแก้ไข ให้ถอดหัวเทียนออกมาตรวจเช็กว่ามีคราบเขม่าหรือไม่ หากมีให้ทำความสะอาดจนหมดคราบและใส่กลับเข้าที่ หรือหากเริ่มสึกหรอควรเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

  1. ไส้กรองอากาศสกปรกอุดตัน เป็นอีกตัวการที่ทำให้รถกระตุกเพราะอากาศไม่สามารถเข้าไปที่ห้องเผาไหม้ได้

วิธีแก้ไข ถอดไส้กรองอากาศออกมาล้างทำความสะอาด หรือหากไส้กรองหมดอายุแล้วก็ควรเปลี่ยนใหม่ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนไส้กรองคือทุก 10,000 กิโลเมตร

  1. หัวฉีดน้ำมันสกปรก หากหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มสกปรกหรืออุดตันก็อาจทำให้เครื่องยนต์สั่นได้

วิธีแก้ไข เติมสารล้างหัวฉีดที่สามารถหาซื้อได้ตามปั๊มน้ำมันทั่วไป เติมสารดังกล่าวลงในน้ำมัน อัตราส่วน 1 ขวดต่อน้ำมันเต็มถัง หรือจะนำรถเข้าศูนย์เพื่อถอดล้างหัวฉีดก็ได้เช่นกัน

  1. กรองน้ำมันเชื้อเพลิงตัน กรองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยกรองและดักจับสิ่งสกปรกที่อาจปะปนมากับน้ำมันเชื้อเพลิง หากกรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตันก็จะทำให้เครื่องยนต์สั่นได้ เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงจ่ายไปที่เครื่องยนต์ไม่ทันกับการใช้งานนั่นเอง

วิธีแก้ไข ถอดกรองน้ำมันเชื้อเพลิงออกมาเปลี่ยน แต่ควรทำโดยช่างผู้ชำนาญเท่านั้น

ทั้งหมดคือสาเหตุที่ทำให้รถกระตุก เครื่องยนต์สั่น และวิธีแก้ไขเบื้องต้นแต่ทางที่ดีควรนำรถเข้าเช็กตามระยะทางที่กำหนดไว้เสมอ พร้อมบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนใหม่ จะได้ไม่ต้องกังวลกับปัญหาเครื่องยนต์สั่นอีกต่อไป 

อะไหล่รถที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด มีอะไรบ้าง

การดูแลรักษารถยนต์ ถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆในรถยนต์นั้น มีการสึกหรอตามการใช้งานของมัน มาดูกันว่ามีอะไหล่ส่วนใดบ้างที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด

10 อะไหล่ในรถยนต์ ที่ต้องเปลี่ยนบ่อยที่สุด มีอะไรบ้าง

  1. น้ำมันเครื่อง และไส้กรองน้ำมันเครื่อง 

น้ำมันเครื่องเป็นปัจจัยหลักในการหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนดทุกครั้ง หรือหากพบว่าน้ำมันเครื่องเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท นั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าน้ำมันเครื่องหมดอายุ  ให้ทำการเปลี่ยนก่อนกำหนดได้เลย

ระยะเวลาที่เราควรจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้นก็อยู่ที่ ทุกๆ 5,000 – 10,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำมันเครื่อง

  1. ผ้าเบรก 

ผ้าเบรกคือชิ้นส่วนหลักที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของรถ ควรมีการตรวจเช็คทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หากผ้าเบรกใกล้หมดจะมีเสียงดังเอี๊ยดเกิดขึ้นขณะเหยียบเบรก หากผ้าเบรกหมดและไม่แก้ไข อาจก่อให้เกิดอันตรายได้

  1. แบตเตอรี่

แบตเตอรี่มีทั้งแบบแห้งและเปียก ซึ่งแบบแห้งก็จะไม่ต้องดูแลรักษาใดๆตลอดอายุการใช้งาน แต่แบบเปียก จำเป็นต้องมีการเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับอยู่เสมอ 

ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 2-3 ปีแล้วแต่การใช้งาน แบตเปียกควรเช็คน้ำกลั่นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

  1. ไส้กรองอากาศ 

ไส้กรองอากาศเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการกรองสิ่งสกปรกในอากาศก่อนเข้าไปยังเครื่องยนต์ ซึ่งหากว่ามีสิ่งสกปรกอุดตันเป็นจำนวนมากก็จะทำให้การเผาไหม้นั้นไม่สมบูรณ์ ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ก็จะลดลง

ระยะเวลาในการเปลี่ยนไส้กรองอากาศนั้นอยู่ที่ระยะเวลา 1 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร และควรจะเป่าทำความสะอาดทุกๆ 3,000 – 5,000 กิโลเมตร

  1. น้ำมันเกียร์ และไส้กรองน้ำมันเกียร์

ระบบเกียร์มีชิ้นส่วนประกอบที่เป็นโลหะเข้าด้วยกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบทั่วไป แบบ CVT หรือแบบ Dual-clutch ซึ่งระบบเกียร์นั้นจะมีการเคลื่อนที่ภายในตลอดเวลา จึงมีอัตราการสึกหรอสูง น้ำมันเกียร์เป็นสิ่งสำคัญในการลดการสึกหรอดังกล่าว

ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 20,000 – 40,000 กิโลเมตรแล้วแต่รุ่นรถ

  1. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ชิ้นส่วนนี้จะสามารถพบได้ทั้งรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมีหน้าที่ดักจับสิ่งสกปรกต่างๆ และน้ำที่มาพร้อมกับน้ำมันที่เราเติมตามปั๊ม หากไส้กรองตันและปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป จนแรงดันน้ำมันไปยังเครื่องยนต์ไม่พอ จะส่งผลให้เครื่องยนต์มีอาการเร่งไม่ขึ้น กระตุก และสตาร์ทยากได้

แนะนำให้เปลี่ยนทุกๆ 2 ปี หรือ ทุกๆ 80,000 กิโลเมตร

  1. หลอดไฟต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเลี้ยวต่างๆ ไฟตัดหมอก ควรตรวจเช็คอยู่เสมอว่าติดครบทุกดวงหรือไม่ หากเสียหรือใช้การไม่ได้ ให้รีบเปลี่ยน

  1. สายพานไทม์มิ่ง

สายพานไทม์มิ่งเป็นสายพานหลักของเครื่องยนต์ หากเกิดการชำรุดหรือขาด จะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อย่างรุนแรง เมื่อรถวิ่งครบ 150,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง

  1. หัวเทียน

หัวเทียนส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก หากหัวเทียนเก่าจนเกินไปจะทำให้เครื่องยนต์สะดุดทำงานได้ไม่เต็มที่

ควรเปลี่ยนหัวเทียนประมาณ 40,000 กิโลเมตร หรือทุกๆ 100,000 กิโลเมตร

  1. ใบปัดน้ำฝน

ใบปัดน้ำฝน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานบ่อย แต่ก็ควรตรวจเช็คให้แน่ใจทุกครั้งโดยเฉพาะช่วงหน้าฝน หากไม่สามารถรีดน้ำได้เหมือนปกติ ปัดไม่สะอาด หรือปัดแล้วเกิดรอยเป็นเส้นๆ ควรรีบเปลี่ยน ระยะเวลาในการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนนั้นก็อยู่ที่เวลาประมาณ 1 ปี

การดูแลรักษารถยนต์ และอะไหล่ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน อะไรชำรุดเสียหายก็ควรเปลี่ยนหรือซ่อม ไม่ควรมองข้ามหรือปล่อยผ่าน หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดความเสียหายที่มากขึ้น