เรื่อง

ศูนย์บริการโตโยต้าให้ใจ ให้มากกว่าใคร

ศูนย์บริการโตโยต้าให้ใจ ให้มากกว่าใคร เช็กระยะหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องวันนี้ รับส่วนลดพิเศษมากมาย

หมายเหตุ

  • 1.จำกัดสิทธิ์สำหรับลูกค้าโตโยต้าที่นำรถเข้ามารับบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2566เท่านั้น
  • 2.รายการอะไหล่ลด 20% เมื่อเปลี่ยนพร้อมเช็กระยะหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือลด 15% เมื่อเปลี่ยนเฉพาะอะไหล่เพียงอย่างเดียว (เฉพาะหมายเลขอะไหล่ที่กำหนด โปรดสอบถามรายละเอียดที่ศูนย์บริการโตโยต้าใกล้บ้านท่าน) พร้อมรับประกันงานซ่อม 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร
    – กลุ่มเบรก
    – กลุ่มโช้คอัพ
    – กลุ่มช่วงล่าง
    – กลุ่มสายพาน
    – กลุ่มคลัทช์
    – น้ำยาล้างหัวฉีด (Injector Cleaner)
    – น้ำยาเติมหม้อน้ำรถยนต์ (Coolant)
    – ไส้กรองอากาศ
    – ไส้กรองแอร์
    – กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
    – ผลิตภัณฑ์แอร์แคร์ (ไม่รวมค่าแรง)
    – น้ำยาขจัดคราบเขม่า (Engine Flushing Oil) (ไม่รวมค่าแรง)

3.ส่วนลดยางรถยนต์ 1,500 บาท เมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้น พร้อมเช็กระยะหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือ ส่วนลดยางรถยนต์ 1,000 บาท เมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้น สำหรับยางทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุกขนาด และรับส่วนลดเพิ่มเติมหรือของสมมนาคุณเมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้นเฉพาะยี่ห้อและรุ่นที่กำหนด รายละเอียด ดังตาราง

  • 4.ฟรีค่าแรงเปลี่ยนยาง, ฟรีค่าแรงตั้งศูนย์ถ่วงล้อ, ฟรีรับประกันอุบัติเหตุยาง 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตรเมื่อเปลี่ยนยาง 4 เส้น รายละเอียดเพิ่มเติม https://aftersales.toyota.co.th/tyres
  • 5.ส่วนลดแบตเตอรี่แท้โตโยต้า พร้อมเทิร์น (28800*) ส่วนลดแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
    – ส่วนลด 450 – 750 บาท เมื่อเปลี่ยนพร้อมเช็กระยะหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
    – ส่วนลด 350 – 650 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่อย่างเดียว
    **โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการใกล้บ้านท่าน
  • 6.ฟรีค่าแรงเปลี่ยนแบตเตอรี่ พร้อมฟรีรับประกัน 1 ปีไม่จำกัดระยะทาง 
  • 7.เงื่อนไขและรายละเอียดบริการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตเป็นไปตามที่ธนาคารเจ้าของบัตรกำหนด ใช้เฉพาะธนาคารและผู้แทนจำหน่ายที่ร่วมโครงการเท่านั้น กรุณาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ณ จุดขาย หรือ https://aftersales.toyota.co.th/promotions
  • 8.นัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับบริการได้ผ่านช่องทางออนไลน์ https://aftersales.toyota.co.th/appointment หรือแอปพลิเคชัน T-Connect
  • 9.ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือบริการอื่นๆ ทดแทนได้
  • 10.ลูกค้าทั่วไป, ลูกค้าตามกลุ่ม และลูกค้ารายใหญ่ของผู้แทนจำหน่ายสามารถใช้สิทธิ์ได้ ภายในระยะเวลากิจกรรมเท่านั้น
  • 11.ยกเว้นรถยนต์โตโยต้า ที่มิได้จำหน่ายโดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย, รถยนต์โตโยต้าที่เป็นทรัพย์สินของผู้แทนจำหน่าย, รถยนต์พนักงานของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (ยกเว้นแคมเปญยาง สามารถใช้ได้) และยกเว้นรถที่เข้าร่วมกิจกรรมลูกค้ารายใหญ่ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Fleet Sales, Fleet Service) จำนวน 16 บริษัท ดังนี้
    1) บริษัท ภัทรลิสซิ่ง จากัด (มหาชน)
    2) บริษัท กรุงไทย คาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน)
    3) บริษัท สยามคาร์เรนท์ จำกัด มีบริษัทในเครืออีก 4 แห่ง คือ 1. กรุงเทพ คาร์เซ็นเตอร์ 2. เอ็ม แซท ดี 3.TGN มอเตอร์ 4. CNG คาร์เซ็นเตอร์
    4) บริษัท วี.อาร์.พี.แอดวานซ์ จำกัด
    5) บริษัท ออลไทย แท็กซี่ (นครชัยแอร์) PRIUS TAXI
    6) บริษัท ไทยโอริกซ์ลีสซิ่ง จำกัด
    7) บริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ออโต้ ลีสซิ่ง แอนด์ เซอร์วิส
    8) บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด
    9) บริษัท มาสเตอร์ คาร์เร้นเทิล จำกัด
    10) บริษัท ทีซี คาร์ โซลูชั่นส์ (ไทยแลนด์) จำกัด
    11) บริษัท เวิลด์คลาส เรนท์ อะ คาร์ จำกัด
    12) บริษัท ไทยเร้นท์อะคาร์ (1978) จำกัด
    13) บริษัท ที เค วาย ลีสซิ่ง จำกัด
    14) บริษัท เฟรนด์ชิพ ลิสซิ่ง จำกัด
    15) บริษัท ทรู ลีสซิ่ง จำกัด
    16) บริษัท อาคเนย์แคปิตอล จำกัด
  • 12.จำกัดสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเฉพาะการเปิดงานซ่อมที่ศูนย์บริการฯ เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับการซื้ออะไหล่ไปใช้ภายนอกศูนย์บริการฯ ได้
  • 13.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการโตโยต้ากรุงไทย 025109999กด501
    14.เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เป็นเจ้าของ Corolla Cross วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ

เป็นเจ้าของ Corolla Cross วันนี้ รับข้อเสนอสุดพิเศษ

(1) ดอกเบี้ยพิเศษ 0.59%* พร้อม ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD**

(2) และรับข้อเสนอพิเศษขยายระยะเวลาการคุ้มครอง (มูลค่า 36,000 บาท)

  • ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด จากโปรแกรม Toyota Connected Frequent Service Reward (TCFR)
  • ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กม.

(3) สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี พร้อม รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 ตุลาคม 2566


(1)
*อัตราดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน สำหรับผู้ซื้อ ที่ผ่านการอนุมัติ บริษัทลีสซิ่งไอซีบีซี(ไทย) จำกัด

**ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD (Pay How You Drive ขับดีลดให้) ปีแรก โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้ เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนดบริษัทที่เข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ประกันไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด

(2)
โปรแกรม Toyota Connected Frequent Service Reward (TCFR)

  • เฉพาะลูกค้าที่ดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอพพลิเคชัน T-Connect กดเข้าร่วม Toyota Connected Frequent Service Reward (TCFR)
  • ขอสงวนสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าที่เข้ารับบำรุงรักษารถยนต์ (เช็กระยะมาตรฐานทุก 6 เดือนหรือ 10,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ต่อเนื่องตามเงื่อนไขที่กำหนด ณ ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าและเปลี่ยนอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามคำแนะนำให้เปลี่ยนในคู่มือการใช้รถยนต์ (Owner Manual) หรือเปลี่ยนโดยประเมินตามสภาพที่ตรวจสอบ
  • ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ขยายระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์ไปแล้ว หากขาดเช็กระยะภายในช่วงขยายระยะรับประกัน จะถือว่าสิทธิ์ขยายระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์ในปีถัดไปสิ้นสุดลงไปด้วยทันที
  • ความคุ้มครองในช่วงขยายระยะรับประกันคุณภาพ เป็นไปตามเงื่อนไขการขยายระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์ปีที่ 4 – 5 หรือ 150,000 กม. โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่คู่มือการขยายระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์

ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 100,000 กม.

  • สำหรับการเช็กระยะตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม. หรือภายในระยะ เวลา 5  ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ที่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าเท่านั้น (เฉพาะค่าแรง ไม่รวมค่าอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญอื่นๆ ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้

    (3)
    ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (นับตั้งแต่วันส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ารายแรกตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่)

    • การรับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เฉพาะกรณีการเปลี่ยนเพื่อทดแทนแบตเตอรี่ไฮบริดที่เสียหายอันเนื่องมาจากความบกพร่องของวัสดุ/ชิ้นส่วน หรือการประกอบจากโรงงานภายใต้การใช้งานตามปกติ ลูกค้าจะต้องชำระค่าดำเนินการเฉพาะปีที่ 6 – 10 จำนวน 1,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และต้องชำระค่าแรงรวมถึงค่าใช้จ่ายของชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ในการถอดเปลี่ยน และติดตั้งแบตเตอรี่
    • การรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี จะรับผิดชอบโดยการซ่อม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายอันเนื่องมาจากความบกพร่องของวัสดุ/ชิ้นส่วน หรือการประกอบจากโรงงานภายใต้การใช้งานตามปกติ ได้แก่ 1. ชุดกล่องรวมสายไฟแบตเตอรี่ไฮบริด 2. ชุดหม้อลมเบรกพร้อมแม่ปั๊มเบรก 3. ชุดคอมเพรสเซอร์พร้อมมอเตอร์ 4. ECU คอมพิวเตอร์ระบบควบคุมเครื่องยนต์ 5. ชุดอินเวอร์เตอร์พร้อมคอนเวอร์เตอร์ 6. ECU ควบคุมการจัดการกำลัง 7. ชุดเกียร์ไฮบริด 8. ชุดปั๊มอินเวอร์เตอร์ 9. ชุดโบลเวอร์ระบายความร้อนแบตเตอรี่
    • ทั้งนี้ไม่รวมถึง ความเสียหายอันเนื่องจาก อุบัติเหตุหรือเป็นผลมาจากอุบัติเหตุ, ภัยธรรมชาติ, การดัดแปลงสภาพ หรือติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อการใช้งานที่มิใช่การใช้งานตามปกติของรถยนต์, การปรับตั้งหรือซ่อม จากศูนย์บริการที่ไม่ใช่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้า และเงื่อนไขอื่นๆ ตามคู่มือการรับประกันคุณภาพรถยนต์ การพิจารณาเกี่ยวกับกรณีความบกพร่อง หรือเสียหาย ตามรายละเอียดข้างต้นถือเป็นสิทธิ์ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
    • สามารถใช้สิทธิ์และติดตั้งได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าเท่านั้นและชิ้นส่วนแบตเตอรี่ไฮบริดที่เสียหายจะถือเป็นกรรมสิทธิ์ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
    • รถยนต์ซึ่งเป็นรถรับจ้างรถเช่าและ หรือรถสาธารณะไม่ได้รับสิทธิ์ดังที่ระบุข้างต้น

    หมายเหตุ

    • สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 ตุลาคม 2566 และไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้
    • เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 
    • เฉพาะผู้แทนจำหน่ายฯ ที่เข้าร่วมโครงการ 
    • ยยกเว้นรถรับจ้าง รถเช่า รถที่ซื้อขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษอื่นๆ และรถขาย Fleet
    • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม โตโยต้ากรุงไทย 025109999กด400

เลือกแบบไหนดีระหว่าง ซ่อมศูนย์กับซ่อมอู่

การใช้งานรถยนต์เมื่อถึงเวลาเสื่อมอายุการใช้งาน จำเป็นต้องเอารถเข้าซ่อม แต่จะเลือกซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ ก็ต้องพิจารณาจากความสะดวกและความต้องการของเจ้าของรถ

การซ่อมทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร แบบไหนคุ้มกว่า มีเทคนิคดีๆในการเลือกมาฝาก

การซ่อมศูนย์

การซ่อมศูนย์คือการนำรถเข้าไปซ่อมที่ศูนย์บริการของรถยี่ห้อนั้นๆ โดยช่างซ่อมที่เป็นมืออาชีพผ่านการรับรองมาตรฐานจากทางศูนย์บริการแล้ว หากต้องมีการเปลี่ยนอะไหล่ก็มั่นใจได้ว่าอะไหล่ที่ใช้จะเป็นอะไหล่แท้ของรถยนต์ยี่ห้อนั้น จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในมาตรฐานทั้งด้านการบริการและคุณภาพของอะไหล่ที่จะได้รับ และการซ่อมศูนย์ยังรับประกันงานซ่อมในระยะเวลาที่เหมาะสมด้วย โดยสามารถนำมาเข้าศูนย์บริการได้ทันทีหากเกิดปัญหาในภายหลัง 

การซ่อมอู่

การนำรถเข้าซ่อมตามอู่ซ่อมรถทั่วไป อาจเป็นอู่ใกล้บ้าน อู่ที่คุ้นเคยหรือแนะนำกันมา การซ่อมอู่แตกต่างจากการซ่อมศูนย์คือเรื่องมาตรฐานการซ่อม ดังนั้นหากไม่ใช่อู่ที่เคยใช้บริการเป็นประจำ หรืออู่ที่มีช่างมีฝีมือก็อาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ เช่น การซ่อมที่ไม่ได้มาตรฐานหรืออะไหล่ไม่มีคุณภาพ รวมไปถึงการรับประกันหลังซ่อมยังสั้นกว่าศูนย์บริการของรถยี่ห้อนั้นๆ

สำหรับผู้ที่ต้องการนำรถไปรับบริการที่อู่รถยนต์ต่าง ๆ อย่าลืมสังเกตด้วยว่าเป็นอู่ประเภทใด 

– อู่ในเครือประกัน คืออู่ซ่อมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากบริษัทประกันที่ได้ทำประกันไว้ หากมีปัญหาสามารถนำมาซ่อมที่อู่ได้เลย

– อู่นอกเครือประกัน คืออู่ซ่อมรถทั่วไปที่ไม่ได้รับรองโดยบริษัทประกัน สามารถนำรถไปซ่อมได้แต่ต้องสำรองจ่ายก่อน และส่งเรื่องเคลมประกันทีหลัง

แม้ว่าการซ่อมอู่มีความรวดเร็วกว่าการซ่อมศูนย์ มีตัวเลือกเยอะสามารถเลือกอู่ที่ต้องการได้ในทุกพื้นที่ แต่ต้องเช็กให้ดีในเรื่องของคุณภาพอะไหล่และการบริการด้วย ซึ่งต่างจากศูนย์บริการที่มีมาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา

ดังนั้นหากต้องเลือกว่าจะซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ดีกว่ากัน ก็อาจต้องพิจารณาจากสถานการณ์ในตอนนั้นว่าเลือกซ่อมที่ไหนจะสะดวกและรวดเร็วที่สุด ได้รถกลับมาใช้ในชีวิตประจำวันเร็วที่สุด หากต้องใช้บริการซ่อมอู่ ควรเลือกอู่ที่มีประวัติเชื่อถือได้ รู้จักกันดี หรือผ่านการรับรองจากบริษัทประกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกระดับหนึ่ง

อาการรถกระตุก เครื่องยนต์สะดุด มีสาเหตุจากอะไรบ้าง

เมื่อสตาร์ทรถ แล้วรถมีอาการกระตุกหรือเครื่องยนต์สั่นมากจนผิดสังเกต รวมถึงตอนขับปกติและเร่งความเร็ว เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง และแก้ไขอย่างไร

  1. ยางแท่นเครื่องเสื่อม เป็นสาเหตุยอดนิยมที่ทำให้เกิดอาการเครื่องสั่น อาจเกิดจากยางแท่นเครื่องชำรุด เนื่องจากยางแท่นเครื่องมีหน้าที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะที่เครื่องกำลังหมุน เมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะเกิดอาการเสื่อมหรือฉีกขาด

วิธีแก้ไข ควรให้ช่างเปลี่ยนยางแท่นเครื่องใหม่ โดยปกติแล้วเมื่อมีอายุการใช้งานครบ 100,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น เมื่อเจอทางขรุขระ, ลูกระนาด, หลุม, หรือเศษหินเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้นถนน ควรลดความเร็วลง หรือใช้ความเร็วต่ำ

  1. หัวเทียนเสื่อมสภาพ ปัญหาหัวเทียนเสื่อมสภาพสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ นอกจากจะทำให้รถกระตุกแล้วยังทำให้รถสตาร์ทไม่ติดอีกด้วย 

วิธีแก้ไข ให้ถอดหัวเทียนออกมาตรวจเช็กว่ามีคราบเขม่าหรือไม่ หากมีให้ทำความสะอาดจนหมดคราบและใส่กลับเข้าที่ หรือหากเริ่มสึกหรอควรเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

  1. ไส้กรองอากาศสกปรกอุดตัน เป็นอีกตัวการที่ทำให้รถกระตุกเพราะอากาศไม่สามารถเข้าไปที่ห้องเผาไหม้ได้

วิธีแก้ไข ถอดไส้กรองอากาศออกมาล้างทำความสะอาด หรือหากไส้กรองหมดอายุแล้วก็ควรเปลี่ยนใหม่ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนไส้กรองคือทุก 10,000 กิโลเมตร

  1. หัวฉีดน้ำมันสกปรก หากหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มสกปรกหรืออุดตันก็อาจทำให้เครื่องยนต์สั่นได้

วิธีแก้ไข เติมสารล้างหัวฉีดที่สามารถหาซื้อได้ตามปั๊มน้ำมันทั่วไป เติมสารดังกล่าวลงในน้ำมัน อัตราส่วน 1 ขวดต่อน้ำมันเต็มถัง หรือจะนำรถเข้าศูนย์เพื่อถอดล้างหัวฉีดก็ได้เช่นกัน

  1. กรองน้ำมันเชื้อเพลิงตัน กรองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยกรองและดักจับสิ่งสกปรกที่อาจปะปนมากับน้ำมันเชื้อเพลิง หากกรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตันก็จะทำให้เครื่องยนต์สั่นได้ เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงจ่ายไปที่เครื่องยนต์ไม่ทันกับการใช้งานนั่นเอง

วิธีแก้ไข ถอดกรองน้ำมันเชื้อเพลิงออกมาเปลี่ยน แต่ควรทำโดยช่างผู้ชำนาญเท่านั้น

ทั้งหมดคือสาเหตุที่ทำให้รถกระตุก เครื่องยนต์สั่น และวิธีแก้ไขเบื้องต้นแต่ทางที่ดีควรนำรถเข้าเช็กตามระยะทางที่กำหนดไว้เสมอ พร้อมบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนใหม่ จะได้ไม่ต้องกังวลกับปัญหาเครื่องยนต์สั่นอีกต่อไป 

เช็กได้อย่างไรว่าต้องเปลี่ยน บูชคันเกียร์

บูชคันเกียร์ คือตัวช่วยล็อกให้เกียร์อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ หากบูชเกียร์หลวม หรือแตก จะทำให้เข้าเกียร์ยาก วิธีสังเกตคือ เกียร์มีอาการหลวม โยกไปมาได้มากกว่าปกติ ไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ที่หน้าปัด เริ่มมีการคลาดเคลื่อน บูชคันเกียร์เสื่อมสภาพจะทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์ไปตำแหน่งอื่นได้ หรือเกิดอาการเกียร์หลุด สำหรับอาการเกียร์หลุดในเกียร์อัตโนมัติเกียร์จะค้างที่เกียร์ถอยหลัง แม้จะเปลี่ยนเกียร์แต่รถก็ยังถอยหลัง ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดา ส่วนใหญ่จะหลุดจากเกียร์ที่ขับไปยังตำแหน่งเกียร์ว่าง ต้องรีบนำรถเข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็คทันที